ผ้าไหมไทยเป็นผ้าไม่กี่ชนิดที่คุ้มค่าจะข้ามเมืองไปหา ทอจากรังของหนอนไหมที่กินใบหม่อน ผ้าไหมแท้มีน้ำหนักและเหลือบสองสีจางๆ ที่ผ้าซาตินจากเครื่องจักรเลียนแบบไม่ได้ บทความนี้จะพาไปดูว่าซื้อผ้าไหมแท้ได้ที่ไหนในกรุงเทพฯ ดูของแท้อย่างไร ราคาประมาณเท่าไร และจะนำผ้าไม่กี่เมตรไปตัดเป็นชุดที่ใส่ได้จริงอย่างไร
ผ้าไหมไทยแท้เป็นอย่างไร
ผ้าไหมไทยแท้สาวจากรังไหมที่เลี้ยงด้วยใบหม่อน และมักทอด้วยมือทางภาคอีสาน มีจุดสังเกตสามอย่าง หนึ่งคือมีเนื้อและน้ำหนักพอตัว ไม่บางปลิวแบบผ้าโพลีเอสเตอร์ราคาถูก สองคือผิวผ้ามีปุ่มปมเล็กๆ ไม่สม่ำเสมอจากการทอมือ ไม่ใช่หน้าผ้าเรียบเนียนเท่ากันทั้งผืน และสามคือมีเหลือบสองสี เพราะเส้นด้ายแนวยาวกับแนวขวางมักย้อมคนละสี ผ้าจึงเปลี่ยนเฉดไปมา เช่น จากทองเป็นเขียวเมื่อขยับตัว
ผ้าไหมขายตามน้ำหนักหรือจำนวนเส้น ผ้าไหมหนึ่งถึงสองเส้นจะบางและพลิ้ว เหมาะกับเสื้อ ผ้าพันคอ และชุดเดรสเนื้อนุ่ม ส่วนสี่เส้นจะแน่นและอยู่ทรง เป็นผ้าที่เก็บทรงกระโปรงทรงเอหรือแจ็คเก็ตได้ดี ชุดออกงานส่วนใหญ่อยู่ในช่วงสองถึงสี่เส้น

ซื้อผ้าไหมไทยที่ไหนในกรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ มีผ้าไหมไทยทุกระดับราคา ตั้งแต่ร้านแฟลกชิปหรูจนถึงแผงในตลาด ต่อไปนี้คือที่ที่เราแนะนำลูกค้าบ่อยที่สุด หากอยากเห็นภาพรวมเรื่องผ้าทั้งหมด คู่มือซื้อผ้าผู้หญิงในกรุงเทพฯ ฉบับเต็มของเรา ลงรายละเอียดของแต่ละตลาดไว้ครบกว่า
Jim Thompson
เป็นที่รู้จักที่สุด และเป็นจุดเริ่มต้นที่ปลอดภัย ร้านแฟลกชิปบนถนนสุรวงศ์ ขายผ้าไหมตัดเย็บประณีตเป็นเมตร ราคาระดับพรีเมียม คุณภาพสม่ำเสมอ และมีสีให้เลือกมากมาย ถ้าอยากได้ผ้าแบบเดียวกันในราคาย่อมเยา โรงงานเอาท์เล็ตของ Jim Thompson มีทั้งผ้าส่วนเกินและผ้าเนื้อหนาสำหรับงานตกแต่งบ้านในราคาเศษเสี้ยวของแฟลกชิป คุ้มค่าถ้ามีเวลาสักครึ่งวัน ไม่ว่าทางไหนคุณก็ได้ของแท้แน่นอน
สำเพ็ง และ ChinaWorld
เยาวราชคือแหล่งซื้อผ้าส่งของกรุงเทพฯ สำเพ็งเป็นตรอกแคบๆ ที่อัดแน่นด้วยแผงผ้า ส่วนห้าง ChinaWorld ที่อยู่ใกล้กันจะเย็นสบายและเดินง่ายกว่า ที่นี่คือแหล่งของความหลากหลายและราคาดี ยิ่งซื้อหลายเมตรและต่อราคาอย่างสุภาพ ราคายิ่งลง คุณภาพมีหลายระดับ จึงต้องใช้สายตาเลือกหน่อย แต่ความหลากหลายนั้นหาที่ไหนยาก
พาหุรัด (ลิตเติลอินเดีย)
เดินจากเยาวราชไม่ไกล พาหุรัดคือย่านผ้าของชาวอินเดียในกรุงเทพฯ เด่นเรื่องสีสันสดใส ผ้าไหมปักและตกแต่ง รวมถึงผ้าส่าหรี และมีผ้าไหมผสมให้เลือกมาก ถ้าอยากได้ผ้าชิ้นเด่นที่มีประกายหรือลวดลายสักหน่อย ที่นี่คือที่ที่ค้นแล้วคุ้ม
ตลาดนัด และผ้าไหม OTOP
ถ้าอยากได้ผ้าไหมทอมือแท้ในราคายุติธรรม ให้มองหาตามตลาดนัดและแผ OTOP จากต่างจังหวัด ตลาดนัดจตุจักรมีแผงผ้าไหมโดยเฉพาะ และงาน OTOP ที่หมุนเวียนมาจัดในกรุงเทพฯ ก็นำผ้าทอมือมาจากสุรินทร์ ขอนแก่น และโคราชโดยตรง ที่นี่คือที่ที่จะเจอผ้ามัดหมี่แท้ ลายมัดย้อมเบลอนุ่มตา ถ้าใจเย็นพอจะค่อยๆ หา
วิธีดูผ้าไหมแท้กับของปลอม
ตลาดนักท่องเที่ยวขายผ้าโพลีเอสเตอร์ติดป้าย "Thai silk" อยู่มาก เช็กง่ายๆ สองสามอย่างช่วยกันผิดหวังได้ อย่างแรกคือราคา ผ้าไหมแท้ไม่ค่อยถูกมาก อย่างที่สองคือการสัมผัส ผ้าไหมจะอุ่นขึ้นเมื่อจับ ส่วนโพลีเอสเตอร์จะเย็นและลื่นมือ จากนั้นลองสังเกตเหลือบสองสีและปุ่มปมจางๆ ของผ้าทอแท้
วิธีที่แม่นที่สุดคือการเผา ซึ่งร้านที่น่าเชื่อถือยินดีทดสอบเส้นด้ายให้ดู ผ้าไหมแท้จะไหม้เป็นขี้เถ้าร่วนๆ บี้แล้วป่น มีกลิ่นเหมือนผมไหม้ และดับเองเมื่อเอาไฟออก ส่วนโพลีเอสเตอร์จะหลอมเป็นเม็ดแข็งและมีกลิ่นพลาสติก ถ้าร้านไหนไม่ยอมให้ทดสอบแม้แต่เส้นเดียว ก็ถือว่าได้คำตอบแล้ว
ราคาผ้าไหมไทย
คร่าวๆ ผ้าไหมสองเส้นเนื้อบางจากเยาวราชหรือตลาด เริ่มราว 300 ถึง 600 บาทต่อเมตร ผ้าไหมทอมือคุณภาพดีราว 700 ถึง 1,500 บาทต่อเมตร ส่วนผ้าไหมแบรนด์พรีเมียมหรือมัดหมี่ลายซับซ้อน จะสูงขึ้นไปอีก อย่าลืมว่าผ้าไหมไทยมักทอหน้าแคบราวหนึ่งเมตร จึงควรเผื่อความยาวมากกว่าผ้ายุโรปหน้ากว้าง ถึงอย่างนั้น ผ้าไหมสวยๆ พอตัดชุดหนึ่งตัวก็มักอยู่ที่หลักร้อยถึงหลักพันต้นๆ ถูกกว่าผ้าวูลนำเข้าหรือผ้าสูทแบรนด์มาก
นำไปตัดเป็นชุด
การเลือกซื้อผ้าเป็นช่วงที่โรแมนติก แต่การตัดให้ออกมาดีต่างหากที่ทำให้ใส่ได้จริง ที่ LALEDA เราตัดผ้าไหมไทยเป็น เสื้อ ชุดเดรส และแจ็คเก็ต และยินดีตัดจากผ้าไหมที่คุณซื้อมาเอง เพราะผ้าไหมไทยหน้าแคบและหลุดลุ่ยง่าย จึงต้องการช่างที่จัดแนวเส้นผ้าให้ตรง เก็บตะเข็บเรียบร้อย และบุซับในให้อยู่ทรงและใส่สบายในอากาศร้อน
จะถือผ้ามาเอง หรือมามือเปล่าแล้วเลือกจากผ้าที่ร้านก็ได้ ไม่ว่าทางไหน คุณจะได้เห็น ขั้นตอนการทำงานของเรา ก่อนลงมือตัดจริง เราตัดชุดให้ผู้หญิงในกรุงเทพฯ จากผ้าสวยๆ มาตั้งแต่ปี 1989
นัดหมายเพื่อปรึกษาเรื่องผ้า
Malai Chanhom
คุณมาลัยมีประสบการณ์ในงานตัดเย็บกว่า 20 ปี ความเชี่ยวชาญและความหลงใหลในการรังสรรค์ความพอดีที่สมบูรณ์แบบ คือแรงผลักดันให้เธอช่วยลูกค้าทุกคนค้นพบสไตล์ที่ใช่
ความทุ่มเทต่องานฝีมือของเธอมีมากกว่าแค่ในห้องตัดเย็บ ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งงาน สูท หรืองานแก้ไข ทุกชิ้นได้รับความใส่ใจเท่ากัน



